top of page

เมื่อดวงตาประท้วง! ภัยเงียบที่คนทำงานหน้าจอต้องรู้
ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิถีชีวิตในปัจจุบันของพวกเราแทบไม่อาจละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนได้ กลุ่มวัยทำงานจึงต้องเผชิญกับ "Computer Vision Syndrome (CVS)" หรือ "โรคตาล้าจากดิจิทัล" กันมากขึ้น ซึ่งอาการเหล่านี้หากปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรัง ไม่เพียงแต่จะรบกวนประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ทำไมจ้องจอนานๆ ถึงทำร้ายดวงตา? อาการตาล้าเกิดจากการที่ดวงตาต้องเพ่งโฟกัสภาพในระยะใกล้ และต้องรับมือกับแสงจ้าหรือแสงสะท้อนจากหน้าจอเป็นเวลานาน ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักเกินความจำเป็น และที่สำคัญคือ "อัตราการกะพริบตาลดลง" (โดยปกติเราจะกะพริบตาน้อยลงกว่า 60% เมื่อจ้องจอ) ทำให้ตาแห้งง่ายขึ้น

เช็กลิสต์: 4 อาการสัญญาณเตือน CVS
1. ตามัวชั่วคราว: มองภาพไม่ชัด โฟกัสภาพช้าลง โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนระยะการมอง
2. ตาแห้งระคายเคือง: รู้สึกแสบตา เคืองตา เหมือนมีเม็ดทรายในตา
3. ปวดกระบอกตา: รู้สึกปวดตุ้บๆ ที่ดวงตา ซึ่งอาจลุกลามร้าวไปถึงศีรษะ บ่า และไหล่ (จุดเริ่มต้นของออฟฟิศซินโดรม)
4. แพ้แสง (Photophobia): รู้สึกสู้แสงไม่ได้ น้ำตาไหลเมื่อเจอแสงจ้า
ทางออกง่ายๆ ด้วย "กฎ 20-20-20" เพื่อถนอมดวงตาคู่สวยให้อยู่กับเราไปนานๆ จักษุแพทย์แนะนำเทคนิคการพักสายตาง่ายๆ ที่ทำได้ทันที:
ทุกๆ 20 นาที: ให้ละสายตาจากหน้าจอ
มองไกล 20 ฟุต: (ประมาณ 6 เมตร) เพื่อให้กล้ามเนื้อตาที่เกร็งตัวได้คลายออก
นาน 20 วินาที: นับ 1-20 ในใจก่อนกลับมาทำงานต่อ
คำแนะนำเพิ่มเติม ควรปรับแสงหน้าจอให้สว่างพอเหมาะ ไม่จ้าหรือมืดเกินไป นั่งในท่าที่ถูกต้องโดยให้หน้าจออยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าเล็กน้อย และพยายามเตือนตัวเองให้ "กะพริบตาให้บ่อยขึ้น" หากปรับพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการตามัวต่อเนื่อง ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด
bottom of page
