top of page

"สายตาสั้น" หรือ "ต้อกระจก"? แยกให้ออก...ก่อนสายเกินแก้
ปัญหาสายตามัวในผู้สูงอายุ มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียง "สายตายาวตามวัย" หรือ "สายตาสั้น" ที่เพิ่มขึ้น ทำให้หลายท่านเลือกที่จะตัดแว่นใหม่ไปเรื่อยๆ แต่ความจริงแล้ว สาเหตุอันดับต้นๆ ที่พรากการมองเห็นไปจากผู้สูงวัยคือ "โรคต้อกระจก (Cataract)" โรคที่เกิดจากควมเสื่อมตามธรรมชาติของเลนส์ตา ทำให้เลนส์ที่เคยใสค่อยๆ ขุ่นมัวลง จนขัดขวางแสงไม่ให้ผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้ตามปกติ
 
จุดสังเกต: ความแตกต่างระหว่างปัญหาสายตา vs ต้อกระจก
  • ปัญหาสายตา (สั้น/ยาว/เอียง): มักแก้ไขได้ด้วยการ "สวมแว่นตา" ภาพจะกลับมาคมชัดทันที
  • โรคต้อกระจก: การสวมแว่นตาอาจช่วยได้เพียงเล็กน้อย หรือไม่ช่วยเลย ภาพที่เห็นจะยังคงขุ่นมัว เหมือนมีหมอกหรือฝ้าขาวบังอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะใส่หรือไม่ใส่แว่นก็ตาม

 
5 สัญญาณเตือน: ท่านกำลังเสี่ยงต้อกระจกหรือไม่?
1.      ตามัวลงอย่างช้าๆ: รู้สึกเหมือนมองผ่านกระจกฝ้า หรือมีหมอกควันบังตาตลอดเวลา
2.      แพ้แสงจ้า (Glare): สู้แสงแดดไม่ได้ หรือเห็นไฟหน้ารถแตกกระจายฟุ้งเป็นแฉกๆ ในตอนกลางคืน
3.      ค่าสายตาเปลี่ยนบ่อย: ต้องเปลี่ยนแว่นใหม่บ่อยผิดปกติ แต่อาการตามัวก็ยังไม่ดีขึ้น
4.      เห็นภาพซ้อน: มองเห็นวัตถุชิ้นเดียวแยกเป็นสองชิ้น (แม้จะลองปิดตาดูทีละข้างก็ยังเห็นซ้อนอยู่)
5.      มองเห็นสีเพี้ยน: การมองเห็นสีสันต่างๆ หม่นหมองลง หรือภาพออกโทนสีเหลืองขุ่น
 
คำแนะนำและการรักษา ปัจจุบัน "โรคต้อกระจกไม่มียาหยอดหรือยากินใดๆ ที่รักษาให้หายขาดได้" ทางออกเดียวคือ "การผ่าตัดสลายต้อกระจกและเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม" ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ทำให้แผลมีขนาดเล็กมาก ใช้เวลาผ่าตัดน้อย และฟื้นตัวไว
 
หากท่านหรือคนในครอบครัวมีอาการข้างต้น แนะนำให้เข้ามาตรวจคัดกรองกับจักษุแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาและคืนความสดใสให้โลกใบเดิมกลับมาชัดเจนอีกครั้ง
bottom of page