ต้อหินไม่มีสัญญาณเตือน ภัยเงียบลุกลามดวงตา รู้ทันรักษาทัน!

ต้อหิน เป็นโรคชนิดหนึ่งที่เกิดจากความเสื่อมของเส้นประสาทตา เพราะตากับสมองมีความเชื่อมโยงกัน

ปัจจัยหลักคือความดันในตาสูงเกินไปจึงทำให้น้ำในลูกตาระบายออกไม่ทันจนเกิดการอุดตันและเสื่อมสภาพ

จะเกิดในกลุ่มช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป และเป็นโรคที่เป็นง่ายที่สุดอันดับ 2 รองจากต้อกระจก โรคต้อหินเป็นโรคที่

ไม่สามารถรักษาหายได้แต่สามารถป้องกัน

สาเหตุของการเกิดต้อหินสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะน้ำหล่อเลี้ยงในลูกตาไม่สมดุล เกิดภาวะอุดตันบริเวณ

ช่องทางออกระบายน้ำของลูกตา จนเกิดจุดบอดช่วงลานสายตา อย่างไรก็ตามสาเหตุอาจยังไม่ชัดเจนแต่อาจเกิดได้หลาย

ปัจจัย เช่น พันธุกรรม การใช้ยารักษาโรคอย่างยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ และการใช้ยาหยอดขยายม่านตา

อาการโดยทั่วไป จะเกิดขึ้นได้ คือ ปวดศีรษะ ตาแดง ตามัว เห็นแสงรุ้งรอบดวงไฟ และคลื่นไส้ อาเจียน อาจมีภาวะ

แทรกซ้อนจากความผิดปกติทางตา หรือเกิดจากโรคตาอื่นเช่น รับบาดเจ็บ หรือเกิดอุบัติเหตุที่ตา มีเนื้องอก หรือใช้สเตียรอยด์

เป็นเวลานาน ทำให้พัฒนามาเป็นต้อหินได้

วิธีการดูแลโดยวิธีดูแลสุขภาพตาและลดความเสี่ยงของอาการรุนแรงจากโรคต้อหิน แนะนำให้เข้ารับการตรวจสายตา

อย่างสม่ำเสมอ ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีวิตามินเพื่อบำรุงสายตา ควรนอนหนุนหมอนที่มีระดับที่พอเหมาะเพื่อ

การไหลเวียนของเลือดส่งผลถึงระบบประสาทตา และช่วยลดความดันในตาได้

วิธีการรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดของโรคต้อหินและระยะของโรคที่เป็นอยู่ โดยเป้าหมายการรักษาต้อหิน คือการลดความดันในตา

การรักษาโรคต้อหินมีหลายวิธี ได้แก่ 

1.การใช้ยาหยอดตา การรับประทานยา การผ่าตัดด้วยแสงเลเซอร์ และการผ่าตัด 

หากการหยอดตาไม่ช่วยให้ความดันในตาลดลงไปในระดับที่ต้องการ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยารับประทาน โดยทั่วไป

ซึ่งมีทั้งที่เป็นยาหยอดตาและยาเม็ดรับประทาน โดยจะช่วยลดการสร้างของเหลวในลูกตา แต่มีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้

ได้แก่ ปัสสาวะบ่อย มีอาการชาที่นิ้วมือและนิ้วเท้า มีภาวะซึมเศร้า มีอาการปวดท้อง หรืออาจเกิดนิ่วในไตได้

2.การรักษาด้วยวิธีอื่น ๆเป็นวิธีนอกเหนือจากการใช้ยาหยอดตาและใช้ยารับประทาน ซึ่งประกอบไปด้วยกระบวนการ

การผ่าตัดหลายแบบ หรือการรักษาบำบัดด้วยการใช้เลเซอร์ โดยวิธีเหล่านี้มีเป้าหมายในการระบายออกของของเหลว

ในตาให้ดีขึ้น และลดความดันในตาได้มากขึ้น

Visitors: 56,050