โรคหัด เกิดจากอะไร? คุณแม่ต้องรู้

โรคหัด (Measles)

เชื้อก่อโรค: เชื้อไวรัสหัด (Measles virus) ซึ่งเป็นไวรัสในตระกูล Paramyxoviridae

การติดต่อและแพร่กระจาย: ติดต่อโดยการไอ จาม หรือพูดกันในระยะใกล้ชิด โดยเชื้อไวรัสจะกระจายอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยและเข้าสู่ร่างกายโดยทางการหายใจ เมื่อผู้ป่วยหายใจเอาละอองที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส (air borne) เข้าไปทำให้เกิด การติดเชื้อและเป็นโรคได้ โดยทั่วไปผู้ป่วยหัดจะมีเชื้อไวรัสในลำคอและแพร่เชื้อได้ในระยะจาก 1-2 วัน ก่อนที่จะเริ่มมีอาการ (3 ถึง 5 วัน ก่อนผื่นขึ้น) ไปถึงระยะหลังผื่นขึ้นแล้ว 4 วัน

ระยะฟักตัว: โดยเฉลี่ยระยะฟักตัวของโรคเริ่มจากระยะสัมผัสถึงมีอาการประมาณ 14 วัน (ช่วงระหว่าง 8-12 วัน)

อาการของโรคในผู้ป่วย: อาการคล้ายคลึงกับอาการของไข้หวัดธรรมดา คือ ไข้นํา น้ำมูลไหล ไอ หลังจากนั้นจะมีไข้สูง ตาแดงก่ำ และแฉะ เวลาโดนแสงจะแสบตา ระคายเคือง ทำตาหยี ไอและมีน้ำมูกมาก ปากและ จมูกแดง เด็กอาจจะมีไข้สูงประมาณ 3 – 4 วัน จึงเริ่มมีผื่นจากหลังหูลามไปยังหน้าและร่างกาย ลักษณะผื่นนูนแดง maculo-papular ติดกันเป็นปื้นๆ โดยจะขึ้นที่หน้าบริเวณ ชิดขอบผมแล้วแผ่กระจายไปตามลำตัว แขน ขา และอาจพบจุดขาวๆ เล็กๆ มีขอบสีแดงๆ อยู่ในกระพุ้งแก้ม เรียกว่า Koplik’s spots

หมายเหตุ:ถ้าผื่นออกแล้ว 3-4 วัน แต่ไข้ยังสูงอยู่ หรือว่าไข้ลงวันเดียวแล้วก็ขึ้นอีก ไอมากและ หอบ แสดงว่าผิดปกติ อาจมี ปอดบวมหรือหลอดลมอักเสบแทรกก็ได้ ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที

ป้องกันโรค: หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย และฉีดวัคซีนป้องกันโรค ปัจจุบันกระทรวง สาธารณสุขให้วัคซีนป้องกันโรคหัด 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเด็กอายุ 9-12 เดือน โดยให้ในรูปของวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR) และให้ซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง เมื่อเด็ก เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

Visitors: 35,024