Cerebral palsy โรคสมองพิการในเด็ก

 

โรคสมองพิการในเด็ก

เป็นกลุ่มอาการของโรค ซึ่งเกิดจากการผิดปกติหรืออาการทำลายในส่วนของสมองของเด็ก

ที่กำลังเจริญเติบโต ซึ่งนับตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา กระทั่งเด็กอายุ 7 ปี

ชนิดของโรคสมองพิการในเด็ก จะแบ่งออกเป็นหัวข้อใหญ่ๆ ดังนี้

  • ความผิดปกติของความตึงตัวของกล้ามเนื้อ
  • ความผิดปกติของท่าทางและการเคลื่อนไหว
 

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคสมองพิการในเด็ก

  • เป็นโรคหัดเยอรมันได้รับยาบางอย่างหรือได้รับการฉายแสงในมารดาที่เริ่มตั้งครรภ์ถึง 3 เดือนแรก
  • มารดาระหว่างคลอด เช่น คลอดก่อนกำหนด คลอดลำบาก มีอาการตกเลือด อาการชักหรือติดเชื้อ
  • อาการเจ็บป่วยของเด็กหลังคลอด เช่น ชัก ตัวเขียว เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น
 

การรักษาทางกายภาพบำบัด

มุ่งเน้นเพื่อให้เด็กมีพัฒนาการในด้านต่างๆ โดยเฉพาะพัฒนาการทางด้านการเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับเด็กปกติมากที่สุด

โดยใช้เทคนิคการกระตุ้นเพื่อให้กล้ามเนื้อมีการหดตัว หรือการเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น

 

ตัวอย่างเทคนิคการกระตุ้นการเคลื่อนไหวในเด็กอย่างง่าย

กายภาพบำบัดด้วยการจัดท่าให้ถูกต้องเหมาะสมเริ่มจากการจัดท่าให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ให้ถูกต้อง เหมาะสมที่ควรจะเป็น  เช่น

  • ท่านอนหงาย โดยใช้หมอนหนุนบริเวณศีรษะและใต้สะบักให้อยู่ในท่างอเล็กน้อย และรองใต้เข่าให้มีการงอเล็กน้อย ให้มีการงอสะโพก และข้อเข่าเพื่อช่วยลดอาการเกร็งของขา
  • ท่านอนตะแคง ใช่หมอนรองขาให้อยู่ในท่างอข้อสะโพกและข้อเข่า แล้วใช้หมอนรองด้านหลัง
  • ท่านอนคว่ำ ใช้หมอนข้างหรือผ้าห่มวางบริเวณอก หนุนใต้รักแร้ แล้วใช้หมอนข้างวางรองบริเวณขา
  • การจัดท่านั่ง ใช้มือจับที่ไหลแล้วดันตัวเด็กมาด้านหน้า แล้วใช่หมอนข้างเล็ก ๆ วางพาดบริเวณหน้าอกเด็ก จับแขนบนหมอนข้างแล้วยืดแขนไปข้างหน้า
 

 

กายภาพฟื้นฟูด้วย ฝึกการเคลื่อนไหวข้อต่อ

การเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อและความยาวของกล้ามเนื้อทำได้โดย

การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อลดการหดสั้นและนำมาซึ่งความผิดรูปของข้อต่อ

เช่น การยืดแขน โดยใช้มือกางเหยียดนิ้วหัวแม่มือพร้อมทั้งนิ้วทั้งสี่ออก กระดูกข้อ

มือหงายมือพร้อมเหยียดศอกจนเต็มช่วงการเคลื่อนไหวค้างไว้นับ 1 – 10 ทำ 10 ครั้ง

ส่วนการยืดขา โดยจับข้อเข่าให้งอเล็กน้อย อีกมือจับข้อเท้าให้กระดกขึ้นมากที่สุดเท่าที่

จะทำได้ ค่อย ๆ ดันให้ข้อเข่าและข้อสะโพกงอ ค้างไว้นับ 1 – 20 ทำ 10 ครั้ง

 

กระตุ้นฝึกการเคลื่อนไหว ให้สามารถรักษาสมดุลท่าได้

วิธีการการกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ รูปแบบการเคลื่อนไหวที่ปกติและสามารถรักษา

สมดุลเพื่อทรงท่าอยู่ได้ เช่นการฝึกชันคอ พลิกตะแคงตัว การลุกขึ้นนั่ง การนั่งทรงตัว การคืบ

การคลาน ยืน และเดิน การฝึกการทรงตัว เช่น การฝึกทรงตัวบนบอล หรือการเดินบนทางแคบ

เดินบนพื้นผิวที่มีลักษณะต่างกัน เพื่อส่งเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อในการควบคุมการทรงท่า

 

การใช้เครื่องช่วยและอุปกรณ์พิเศษทางกายภาพบำบัด

การใช้อุปกรณ์เพื่อส่งเสริมให้เกิดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ควบคุมการทรงท่า และจำกัด

ท่าทางหรือการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ เช่น หมอนรูปลิ่ม อุปกรณ์ฝึกยืน หรืออุปกรณ์ที่ช่วยในการ

เคลื่อนที่ เช่น อุปกรณ์ฝึกเดิน

นอกจากนี้ยังมีวิธีรักษาทางกิจกรรมบำบัดและการแก้ไขการพูด โดยนักกายภาพบำบัด

จะทำการการตรวจประเมินพัฒนาการด้านใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา การฝึก

การดูดกลืน ความสามารถทางด้านภาษาและการพูด เมื่อทราบก็จะวางแผนการฝึกผ่าน

การทำกิจวัตรประจำวัน เช่น การแต่งกาย การรับประทานอาหารด้วยตนเอง การฝึกการ

เคลื่อนไหวของแขนและมือเพื่อป้องกันข้อติดแข็งและการผิดรูปของข้อต่อ  กระตุ้นการรับรู้

ประสาทสัมผัส การจัดระเบียบการรับรู้และตอบสนอง ความสามารถทางด้านภาษาและการพูด

ฝึกแก้ไขการพูด เป็นต้น

 

 

ข้อมูลโดย :โรงพยาบาลศุภมิตร สุพรรณบุรี 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 035-523-777

Visitors: 35,022