เบาหวานคืออะไร?

เบาหวาน เป็นชื่อของกลุ่มอาการของโรคที่ร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลได้ตามปกติ

ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและถูกขับออกมาทางปัสสาวะเนื่องจากร่างกายขาด

ฮอร์โมนสำคัญตัวหนึ่งคืออินซูลินจากตับอ่อนที่มีไม่พอใช้หรือมีแล้วใช้ไม่ได้ผล

ถ้าควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดีจะเกิดโรคแทรกซ้อนทางหลอดเลือดสูงกว่าปกติ และถ้ารุนแรง

อาจเสียชีวิตได้

อาการของผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน

  • ปัสสาวะบ่อยและมาก ถ้าตั้งทิ้งไว้มีมดขึ้น
  • ดื่มบ่อย และมาก
  • กินจุ แต่ผอมลง
  • น้ำหนักลดและอ่อนเพลีย
  • เป็นแผลหรือฝีง่าย
  • คันตามผิวหนังและบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์
  • เจ็บปวดตามกล้ามเนื้อ ชาตามมือเท้า หมดความรู้สึกทางเพศ
  • ตามัว พร่า ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย ๆ
  • คลอดบุตรน้ำหนักเกิน 4 กิโลกรัม

สาเหตุของเบาหวาน

คนไทยมีโอกาสเป็นเบาหวานในคนอายุ 15 ปีขึ้นไป ไปโดยคาดประมาณทั้งสิ้น

ถึงเก้าแสนคน นอกจากนั้นยังพบว่าเมื่ออายุสูงขึ้นมีโอกาสเป็นเบาหวานได้ง่ายขึ้น

ได้แก่ประชากรอายุระหว่าง 30-60 ปี จะพบประมาณร้อยละ 4-7 และอายุ 60 ปีขึ้นไป

อาจจะพบสูงถึงร้อยละ 10-15

 

ปัจจัยที่อาจเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคดังนี้

  • กรรมพันธุ์ มักพบโรคนี้ในผู้ที่มีบิดา มารดา เป็นเบาหวาน ลูกมีโอกาสเป็นเบาหวาน

6-10 เท่าของคนที่เป็นพ่อแม่เป็นเบาหวาน

  • ความอ้วน การไม่ออกกำลังกาย
  • จากเชื้อโรคหรือยาบางชนิดไปทำลายเซลล์ชองตับอ่อนทำให้ตับอ่อนไม่สามารถหลั่ง
  • ฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอ
  • เกิดร่วมกับโรคต่อมไร้ท่อบางชนิด เช่น โรคเนื้องอกของต่อมใต้สมองหรือหมวกไต

เมื่อไรจึงสงสัยว่าตนเองเป็นเบาหวาน

มีอายุเกิน 40 ปี และ/หรือมีปัจจัยเสี่ยงอย่างน้อยในข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • มีญาติสายตรง (ได้แก่ บิดา มารดา พี่น้อง) คนใดคนหนึ่งเป็นโรคเบาหวาน
  • อ้วน
  • เคยมีประวัติหลอดบุตรน้ำหนักตัวแรกคลอดมากกว่า 4 กิโลกรัม
  • ประวัติตั้งครรภ์ผิดปกติ เคยมีประวัติเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์
  • (Gestational diabetes milltus)
  • ความดันสูง
  • ไขมันในเลือดสูง

จะทำอย่างไรเมื่อสงสัยว่าเป็นเบาหวาน

ไปตรวจที่ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน หรือ/และสถานีอนามัยจะมีการบริการตรวจ

น้ำตาลในปัสสาวะการเก็บปัสสาวะที่ดีในการตรวจนั้นควรปัสสาวะทิ้งหลังจากการ

ตื่นนอนในตอนเช้าเสียก่อนหลังจากนี้ให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว รับประทานอาหารเช้าแล้ว

หลังอาหาร 2 ชั่วโมงจึงเก็บปัสสาวะ

ส่งตรวจ 

            คนที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปี หรืออายุมากกว่า 60 ปี แม้ว่าตรวจไม่พบความผิดปกติในเลือดได้ โดยก่อนไปตรวจไม่พบความผิดปกติในปัสสาวะ
แต่ยังคงมีอาการสงสัยที่ชัดเจนข้างต้นอยู่ ควรไปตรวจอีกครั้งจากสถานบริการใกล้บ้าน เช่นโรงพยาบาลที่สามารถตรวจน้ำตาลในเลือดได้โดยไปก่อนตรวจ
ผู้ที่จะไปตรวจควรงดอาหารหลังเที่ยงคืน ดื่มได้แต่น้ำเปล่าอย่างเดียวและไปเจาะเลือดที่สถานบริการในตอนเช้าหลังจากการเจาะเลือดที่สถานบริการ
ในตอนเช้าหลังจากการเจาะเลือดเสร็จสิ้นจึงรับประทานอาหารได้

 

ข้อมูลโดย : โรงพยาบาลศุภมิตร สุพรรณบุรี 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 035-523-777

 

Visitors: 56,052