ช่องคลอดอักเสบจาเชื้อรา

 

เชื้อราแคนดิด้า เป็นเชื้อราก่อให้เกิดโรคช่องคลอดอักเสบ ปกติจะอาศัยอยู่ในร่างกายคนอยู่แล้ว เช่น บริเวณผิวหนัง,ช่องคลอด,ทวารหนักและระบบที่ควบคุมเชื้อราแคนดิด้าในร่างกายเสียไป
เชื้อนี้ก็จะก่อให้เกิดโรคขึ้นและทำให้เกิดอาการที่สตรีหลายท่านคงเคยประสบมาแล้ว คือ อาการคัน เจ็บช่องคลอดและตกขาว ซึ่งเป็นอาการของการติดเชื้อราในช่องคลอด

ทำไมจึงเกิดโรคช่องคลอดอักเสบจากการติดเชื้อรา

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ทำไมร่างกายถึงไม่สามารถควบคุมเชื้อราแคนดิด้าได้ แต่แพทย์สามารถบอกได้ถึงสภาวะบางอย่างที่ทำให้ติดโรคนี้ง่ายขึ้น เช่น

1. ท่านอาจเพิ่งได้รับยาปฏิชีวนะบางอย่างซึ่งเชื่อว่าเป็นสาเหตุประการสำคัญ ที่ทำให้เกิดโรคนี้ แม้ว่ายาปฏิชีวนะมีหน้าที่ในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรค
แต่ในขณะเดียวกันก็อาจไปทำลายเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บริเวณช่องคลอดทำให้เชื้อราแคนดิด้าแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว
2.ถ้าท่านกินยาเม็ดคุมกำเนิด ท่านก็มีโอกาสมากทีเดียวที่จะติดเชื้อราแคนดิด้า เพราะยาเม็ดคุมกำเนิดจะไปเพิ่มระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งไหลเวียนอยู่ในร่างกาย
และจะกระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อราแคนดิด้า เพราะว่าฮอร์โมนเอสโตรเจนจะไปเพิ่มระดับของน้ำตาลในร่างกาย ซึ่งเชื้อราแคนดิด้าใช้เป็นอาหาร
สตรีจำนวนมากจึงติดเชื้อราในช่องคลอดก่อนจะมีระดู เพราะระหว่างนี้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะขึ้นสูงสุด

3.ถ้าท่านกำลังตั้งครรภ์ ก็มีโอกาสติดเชื้อรามากกว่าสตรีที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ เพราะระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนระหว่างตั้งครรภ์ เป็นภาวะที่เหมาะสมมากต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราได้เป็นอย่างดี
4.ถ้าท่านเป็นเบาหวาน ก็จะติดเชื้อราได้ง่ายขึ้นเช่นกัน เพราะว่าระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงจากโรคเบาหวานจะกระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อราแคนดิด้า
5.การบาดเจ็บ หรือการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอด เช่น การคลอดบุตร,การร่วมเพศ,การสอดใส่ผ้าอนามัย หรือการใส่ห่วงคุมกำเนิด สามารถทำให้เกิดการอักเสบของช่องคลอดได้เช่นกัน
6.ยาบางขนาน เช่น ยารักษาโรคมะเร็งซึ่งมักเป็นสารกดภูมิต้านทานของร่างกาย ยาเหล่านี้จะไปลดความสามารถของร่างกายในการต่อสู้กับเชื้อราแคนดิด้า

ช่องคลอดอักเสบจากการติดเชื้อราและเพศสัมพันธ์มีความสัมพันธ์กันหรือไม่

            แพทย์บางท่านเชื่อว่าการมีเพศสัมพันธ์ ช่วยให้เกิดการติดเชื้อราทางช่องคลอดง่ายขึ้น โดยเฉพาะในหญิงที่มีแนวโน้มว่าจะติดเชื้อราแคนดิด้าอยู่ก่อนแล้ว
แต่บางท่านเชื่อว่า 2 กรณีไม่น่าจะมีเพศสัมพันธ์กันแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามน่าจะงดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าการติดเชื้อราทางช่องคลอดจะหาย

การป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

            แพทย์ที่ดูแลรักษาท่านจะสามารถให้คำแนะนำที่เฉพาะสำหรับท่าน เพื่อป้องกันการติดเชื้อราซ้ำโดยมากโรคนี้จะไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก ถ้าสาเหตุได้ถูกกำจัดไปและท่านควรปฏิบัติดังนี้

1. รักษาความสะอาดบริเวณปากช่องคลอดซึ่งมักเป็นตำหนิที่เชื้อแคนดิด้าสามารถเจริญเติบโตได้ดี

2. หลีกเลี่ยงการใส่ชุดชั้นในที่ทำด้วยไนล่อนหรือชุดชั้นในทื่รัดรูปเกินไป เพราะจะทำให้เกิดการอับชื้น ซึ่งจะเป็นภาวะที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อราแคนดิด้า

3. หลังการถ่ายอุจจาระ การทำความสะอาดให้เช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง เพื่อมิให้เชื้อแคนดิด้าที่อยู่ในทวารหนักเข้ามาสู่ช่องคลอด

4. อาจจำเป็นต้องใช้สารหล่อลื่นในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดบาดแผลหรือระคายเคืองต่อช่องคลอด ซึ่งเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้มีส่วนป้องกันการติดเชื้อราในช่องคลอด

5. หลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวะนะ อย่างพร่ำเพรื่อ

6. การรับประทานอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลต่ำๆ อาจลดการติดเชื้อราแคนดิด้าลงได้

“ทราบหรือไม่ว่าท่านเป็นหนึ่งในจำนวนสตรีหลายล้านคนในแต่ละปีที่ประสบปัญหา

ช่องคลอดอักเสบจากการติดเชื้อรา”

ข้อมูลโดย :โรงพยาบาลศุภมิตร สุพรรณบุรี 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 035-523-777

Visitors: 8,793