นโยบายความเป็นส่วนตัว

placeholder.png

Privacy Policy

นโยบายคุ้มครองความเป็นส่วนตัว

                 โรงพยาบาลศุภมิตร (ต่อไปนี้เรียกว่า “โรงพยาบาล”) เป็นหน่วยงานหนึ่งของโรงพยาบาลศุภมิตร ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับบริการทางการแพทย์ (ต่อไปนี้เรียกว่า “ท่าน”) ที่เข้ารับบริการในโรงพยาบาล จึงจัดทำคำประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้รับบริการทางการแพทย์ เพื่ออธิบายให้ท่านทราบว่า โรงพยาบาล เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร รวมถึงสิทธิที่ท่านมีในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

                 คำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้จะมีการปรับปรุงเป็นครั้งคราว ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ใหม่ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยก่อนจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ด้วยวัตถุประสงค์ใหม่ โรงพยาบาล อาจจำเป็นต้องขอความยินยอมจากท่านในบางกรณี ขึ้นกับประเภทของข้อมูลและวัตถุประสงค์ของการประมวลผล คำประกาศที่ท่านอ่านอยู่นี้เป็นคำประกาศฉบับปรับปรุงล่าสุด

                 กรณีที่จำเป็นต้องขอความยินยอม ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส หรือจากผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ โรงพยาบาลจะดำเนินการขอความยินยอมจากผู้มีอำนาจกระทำการแทน

บทนิยาม
คำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ กำหนดบทนิยามไว้ดังต่อไปนี้

            “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับบริการทางการแพทย์ แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

            “ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นเรื่องส่วนตัวโดยแท้ของผู้รับบริการทางการแพทย์ ซึ่งมีความละเอียดอ่อนและสุ่มเสี่ยงต่อการถูกใช้ในการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม จึงจำเป็นต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวมิติ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อผู้รับบริการทางการแพทย์ในทำนองเดียวกัน ความเสียหายตามนิยามนี้ รวมถึง การขาดเสรีภาพ การถูกดูหมิ่น การถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ความอับอาย

            “ผู้รับบริการทางการแพทย์” หมายถึง ผู้เข้ารับบริการตรวจสุขภาพ หรือรับการตรวจวินิจฉัยโรค หรือรับการรักษาหรือการพยาบาล กับทางโรงพยาบาล

            “การประมวลผลข้อมูล” หมายถึง การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดต่อข้อมูล ไม่ว่าจะโดยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ก็ตาม เช่น การเก็บรวบรวม การบันทึก การจัดระบบ การจัดเรียง การจัดเก็บ การแปลงหรือการเปลี่ยนแปลงแก้ไข การค้นคืน การค้นหา การใช้ การเปิดเผยโดยการส่ง การแพร่กระจาย หรือการทำให้ล่วงรู้ได้โดยวิธีอื่น การวางเคียงกันหรือการรวมกัน การจำกัด การลบหรือการทำลาย

           “ข้อมูลสุขภาพ” หมายถึง ข้อมูล ไม่ว่าจะถ่ายทอดด้วยวาจาหรือเก็บบันทึกอยู่ในรูปแบบใดหรือสื่อใด ที่เกิดขึ้นหรือได้รับจากการให้บริการหรือการจัดการด้านสุขภาพ รวมไปถึงข้อมูลที่เกิดขึ้นหรือได้รับจากการชำระค่าบริการ ที่อาจเปิดเผยหรือบ่งบอกเกี่ยวกับสุขภาพหรือสภาพทางร่างกายหรือจิตใจ ในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ของบุคคลหนึ่งได้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

ขอบเขตด้านเนื้อหา

                      คำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ จัดทำขึ้นสำหรับผู้รับบริการทางการแพทย์เป็นหลัก กรณีที่ท่านใช้บริการผ่านทางช่องทางออนไลน์ของโรงพยาบาล เช่น เว็บไซต์ แอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์ อีเมล์ SMS ขอให้ท่านดู ขอให้ท่านดูประกาศความเป็นส่วนตัวได้ที่ www.supamitrhospital.com หรือ นโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นหรือสื่อสังคมออนไลน์อื่นของผู้จัดทำดังกล่าว เพื่อทราบวิธีที่โรงพยาบาล เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนตัวสำหรับผู้ใช้งานออนไลน์เพิ่มเติมด้วย

            ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของโรงพยาบาล ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับท่าน ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบข้อความ ภาพ หรือเสียง ที่เกิดขึ้นจากระบบการให้บริการและการจัดการทางการแพทย์ของโรงพยาบาล และถูกเก็บบันทึกไว้อย่างเป็นระบบในลักษณะที่สามารถค้นคืนได้

แหล่งข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงพยาบาล เก็บรวบรวม

                โรงพยาบาล อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยตรงจากผู้รับบริการทางการแพทย์ หรือโดยอ้อมจากแหล่งอื่น ทั้งนี้ โรงพยาบาล จะแจ้งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นให้ท่านทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้เก็บรวบรวม เว้นแต่การแจ้งดังกล่าวไม่สามารถทำได้ หรือไม่จำเป็นต้องแจ้ง ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้

ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงพยาบาล เก็บรวบรวม

โรงพยาบาลอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่าน ดังต่อไปนี้

  1. ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เช่น ชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิด เพศ สัญชาติ

  2. ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ข้อมูลติดต่อกรณีฉุกเฉิน

  3. ข้อมูลเลขประจำตัวหรืออุปกรณ์ เช่น เลขประจำตัวประชาชน ไอพีแอดเดรส

  4. ข้อมูลพิสูจน์ตัวตนเพื่อเข้าใช้งานแอปพลิเคชันของโรงพยาบาล เช่น ชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่าน

  5. ข้อมูลรูปภาพหรือวิดีโอที่เห็นใบหน้าหรือระบุตัวบุคคลได้

  6. ข้อมูลอ่อนไหว เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ข้อมูลพันธุกรรม พฤติกรรมทางเพศ รวมถึงข้อมูลสุขภาพ เช่น ข้อมูลการซักประวัติและการตรวจร่างกายโดยแพทย์ ภาพถ่ายรอยโรค ภาพถ่ายรังสี ผลการวินิจฉัย ประวัติการรักษา ประวัติการใช้ยา ใบสั่งยา ใบนัดแพทย์ ใบแจ้งค่ารักษาพยาบาล

  7. ข้อมูลสิทธิการรักษาพยาบาล ประกันสุขภาพและประกันภัย หมายเลขกรมธรรม์

  8. ข้อมูลการชำระค่าบริการ เช่น วิธีชำระเงิน ประวัติการชำระเงิน หมายเลขบัตรเครดิต 

ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Personal Data)

ข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นที่ระบุเครื่องหมาย * ไว้นั้น เป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โรงพยาบาลจะควบคุมการเข้าถึงและการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ และหากมีกรณีใดที่จำเป็นต้องขอความยินยอมจากท่านในการประมวลผลข้อมูลดังกล่าว โรงพยาบาลจะแจ้งความจำเป็นให้ท่านทราบเพื่อขอความยินยอมตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

โรงพยาบาลจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย โปร่งใส และเป็นธรรม โดยจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์โดยอาศัยฐานทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

โรงพยาบาลจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย โปร่งใส และเป็นธรรม โดยจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์โดยอาศัยฐานทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์ด้านบริการทางการแพทย์

  1. เพื่อใช้สำหรับการยืนยันตัวของท่าน การนัดหมายเพื่อติดตามการรักษา การประสานงานและส่งต่อการรักษา

  2. เพื่อใช้ประกอบการวินิจฉัยโรคหรืออาการของท่าน การรักษา รวมทั้งการให้บริการทางการแพทย์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และอาจมีการเปิดเผยข้อมูลด้านสุขภาพแก่ทีมผู้ประกอบวิชาชีพเพื่อประโยชน์ในการรักษาและให้บริการทางการแพทย์อื่น ๆ

  3. เพื่อใช้ประกอบการให้คำปรึกษา การวินิจฉัย หรือการรักษา ในการให้บริการทางการแพทย์ระยะไกลผ่านช่องทางออนไลน์

  4. เพื่อใช้สำหรับการเบิกค่ารักษาพยาบาลรวมถึงค่าใช้จ่ายด้านบริการทางการแพทย์อื่นที่เกี่ยวข้อง

วัตถุประสงค์ด้านการศึกษาโครงการวิจัย

  1. เพื่อจัดทำโครงการวิจัยในนามของโรงพยาบาล โดยใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ยินยอมเข้าร่วมการวิจัยและยินยอมให้เก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว

  2. เพื่อจัดทำโครงการวิจัยในนามของโรงพยาบาล โดยใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่มีอยู่แล้วจากฐานข้อมูลภายในโรงพยาบาล

  3. เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสถาบันวิจัยอื่น หรือผู้สนับสนุนทุนวิจัย ด้วยวัตถุประสงค์ในการทำงานวิจัยเพื่อประโยชน์สาธารณะ

วัตถุประสงค์ด้านอื่น ๆ

  1. เปิดเผยแก่คู่สัญญา ผู้รับจ้าง ผู้รับเหมา หรือหน่วยงานภายนอกที่มีสัญญาหรือข้อตกลงกับโรงพยาบาล

  2. เปิดเผยแก่หน่วยงานอื่นอันเนื่องมาจาก เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หรือตามที่กฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย

  3. เพื่อใช้สำหรับการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์บริการของโรงพยาบาล และโรงพยาบาล (กรณีที่อาจระบุตัวบุคคลได้)

  4. เพื่อส่งจดหมายข่าวประชาสัมพันธ์ นำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการของโรงพยาบาลแก่ท่านโดยตรง

  5. เพื่อรวบรวมสถิติการให้บริการทางการแพทย์ที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ให้แก่สภาวิชาชีพหรือองค์การควบคุมการประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์ เช่น ราชวิทยาลัยต่าง ๆ

  6. เพื่อรักษาความปลอดภัยด้านชีวิตและทรัพย์สินบริเวณพื้นที่โรงพยาบาล

  7. เพื่อสำรวจความพึงพอใจในการให้บริการ ตอบข้อซักถามหรือข้อร้องเรียน

การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

               นอกจากใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคลากรและเจ้าหน้าที่ภายในโรงพยาบาลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนแล้ว โรงพยาบาล อาจเปิดเผยข้อมูลของท่านแก่บุคคลหรือหน่วยงานอื่น (ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้รับข้อมูล”) ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ประกอบวิชาชีพในโรงพยาบาลอื่นในกรณีส่งต่อการรักษา หรือเปิดเผยแก่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่างสถาบันเพื่อขอคำปรึกษาในการรักษา ซึ่งอาจเกิดขึ้นทั้งในกรณีฉุกเฉินและไม่ฉุกเฉิน

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลสุขภาพบางประการแก่บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องในการดูแลท่าน เช่น สมาชิกครอบครัว ญาติ เพื่อน เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่บ้านพักคนชรา เพื่อประโยชน์ของท่าน

  • กรณีที่ท่านพาญาติหรือบุคคลอื่นมาเป็นเพื่อนท่านหรือทำหน้าที่คอยดูแลท่าน ระหว่างที่ท่านเข้ารับบริการภายในโรงพยาบาลหรือศูนย์การแพทย์ โรงพยาบาล

  • จะถือว่าท่านยินยอมโดยปริยายให้บุคคลเหล่านั้นทราบข้อมูลความเจ็บป่วยของท่านระหว่างที่ผู้ประกอบวิชาชีพให้คำปรึกษาแก่ท่าน

  •  ในขณะที่แพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่เวชระเบียนของโรงพยาบาล ระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่สื่อสารกับท่าน หรือสื่อสารระหว่างทีมผู้ประกอบวิชาชีพ ในลักษณะที่จะทำให้ผู้ป่วยคนอื่นได้ยินหรือทราบถึงปัญหาสุขภาพของท่าน แต่สภาพโดยธรรมชาติของการให้บริการภายในโรงพยาบาลอาจทำให้มีกรณีทีไม่สามารถป้องกันให้ผู้อื่นล่วงรู้ข้อมูลเกี่ยวกับท่านได้อย่างสิ้นเชิง เช่น ผู้ป่วยคนอื่นที่ยืนต่อคิวอยู่ข้างหลังท่านอาจได้ยินข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของท่านขณะที่ท่านกำลังสื่อสารกับพยาบาลที่ทำหน้าที่คัดกรอง หรือหากแพทย์กำลังเยี่ยมผู้ป่วยอยู่ในห้องผู้ป่วยรวมผู้ป่วยคนอื่นอาจได้ยินเสียงสนทนาระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยของเตียงที่อยู่ข้างกัน เป็นต้น

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่สภาวิชาชีพหรือองค์การควบคุมการประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์ เช่น ราชวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดทำสถิติการให้บริการด้านการแพทย์ภายในประเทศ

  • อาจมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสถาบันการศึกษาอื่นที่ทำข้อตกลงไว้กับโรงพยาบาล เพื่อประโยชน์ในการเรียนการสอน การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่หน่วยงานที่รับผิดชอบในการประกันสุขภาพ เช่น หน่วยงานสังคมสงเคราะห์ สำนักงานประกันสังคม กรมบัญชีกลาง บริษัทประกันภัย เพื่อให้สิทธิประโยชน์ด้านการชำระค่ารักษาพยาบาลแก่ท่าน

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่คู่สัญญา ผู้รับจ้าง ผู้รับเหมา หรือหน่วยงานที่มีสัญญาหรือข้อตกลงด้านการให้บริการกับโรงพยาบาล

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่นักวิจัยต่างสถาบันที่มีข้อตกลงในการทำวิจัยร่วมกัน

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ตรวจสอบภายในและผู้ตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอกเพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงหรือควบคุมคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาล

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่ที่ปรึกษาทางกฎหมายของโรงพยาบาล

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่หน่วยงานอื่นเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หรือตามที่กฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย

                      ทั้งนี้ การที่โรงพยาบาลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้บุคคลหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องนั้น โรงพยาบาลจะจัดดำเนินการในกรอบของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ขอความยินยอมจากท่านหากจำเป็น หรือจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เช่น ปิดบังตัวตน เข้ารหัส และทำข้อตกลงกับผู้รับข้อมูลเพื่อป้องกันมิให้มีการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ ซึ่งอาจเป็นข้อตกลงการรักษาความลับ ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ข้อตกลงการแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคล แล้วแต่กรณี

การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

                  ในกรณีที่โรงพยาบาลจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ โรงพยาบาลจะดำเนินการเพื่อทำให้มั่นใจว่าข้อมูลของท่านจะมีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศตามบทกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่ประเทศปลายทางหรือหน่วยงานที่รับข้อมูลในประเทศปลายทางส่วนบุคคลมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เพียงพอ หรือไม่สอดคล้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย โรงพยาบาลจะดำเนินการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างจำกัดเฉพาะเท่าที่จำเป็น ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ และอาจจำเป็นต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

การเก็บรักษาและการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

                 โรงพยาบาล จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโรงพยาบาล ตามที่แจ้งไว้ หรือเป็นระยะเวลาเท่าที่กฎหมายกำหนดไว้ หรือตราบเท่าที่ท่านยังคงให้ความยินยอมในการรักษาข้อมูลของท่านอยู่ โดยเมื่อสิ้นความจำเป็นในการเก็บรักษา หรือท่านขอถอนความยินยอม หรือท่านไม่ได้ขอให้โรงพยาบาล เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง ปฏิบัติตาม ใช้ หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย โรงพยาบาลจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้อีกต่อไป

 

ผลกระทบจากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล

           โรงพยาบาลจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้บริการทางการแพทย์แก่ท่านได้ การไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่โรงพยาบาล ทำให้โรงพยาบาล ไม่สามารถให้บริการทางการแพทย์แก่ท่านได้

           บางกรณีโรงพยาบาล อาจจำเป็นต้องขอความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลบางอย่างของท่าน ซึ่งหากท่านไม่ให้ความยินยอม ท่านจะไม่สามารถรับบริการได้ หรืออาจได้รับความสะดวกจากการใช้บริการลดลง เช่น ไม่ได้รับจดหมายข่าวประชาสัมพันธ์ หรือไม่สามารถใช้บริการการแพทย์ระยะไกล ทั้งนี้ การไม่ให้ความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการได้รับการบริการพื้นฐานหลักจากโรงพยาบาล แต่อย่างใด

สิทธิของผู้รับบริการทางการแพทย์ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้สิทธิแก่เจ้าของข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตน ดังนี้

(1) สิทธิขอถอนความยินยอม

(2) สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล

(3) สิทธิขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อสามารถกระทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ

(4) สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

(5) สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

(6) สิทธิขอระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

(7) สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง

(8) สิทธิร้องเรียนเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

                 โดยท่านสามารถติดต่อสอบถามเรื่องสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือแจ้งความจำนงขอใช้สิทธิของท่านได้ ตามช่องทางและหลักเกณฑ์ที่โรงพยาบาล กำหนดไว้

                  ทั้งนี้ โรงพยาบาล อาจปฏิเสธคำขอใช้สิทธิของท่านทั้งหมดหรือบางส่วนได้ ขึ้นกับหลักเกณฑ์ของกฎหมาย เช่น เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าการดำเนินตามคำขอท่านจะส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือคำขอของท่านเป็นคำขอที่ไม่สมเหตุสมผล โดยโรงพยาบาล จะชี้แจงให้ท่านทราบ หากมีข้อจำกัดบางประการในการดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิของท่าน

                   โดยทั่วไป โรงพยาบาล จะดำเนินการตามคำขอของท่าน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่โรงพยาบาล ได้รับคำร้องขอพร้อมกับหลักฐานประกอบที่สมบูรณ์ครบถ้วน หากมีกรณีที่พิจารณาแล้วว่า จำเป็นต้องใช้เวลาดำเนินการมากกว่า 30 วัน โรงพยาบาล จะแจ้งให้ท่านทราบโดยเร็ว

คำถามหรือข้อสงสัย

                          หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับคำประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้รับบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาล โปรดติดต่อ  อีเมล dpo@supamitrhospital.com 

                            นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 

การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

               นอกจากใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคลากรและเจ้าหน้าที่ภายในโรงพยาบาลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนแล้ว โรงพยาบาล อาจเปิดเผยข้อมูลของท่านแก่บุคคลหรือหน่วยงานอื่น (ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้รับข้อมูล”) ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ประกอบวิชาชีพในโรงพยาบาลอื่นในกรณีส่งต่อการรักษา หรือเปิดเผยแก่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่างสถาบันเพื่อขอคำปรึกษาในการรักษา ซึ่งอาจเกิดขึ้นทั้งในกรณีฉุกเฉินและไม่ฉุกเฉิน

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลสุขภาพบางประการแก่บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องในการดูแลท่าน เช่น สมาชิกครอบครัว ญาติ เพื่อน เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่บ้านพักคนชรา เพื่อประโยชน์ของท่าน

  • กรณีที่ท่านพาญาติหรือบุคคลอื่นมาเป็นเพื่อนท่านหรือทำหน้าที่คอยดูแลท่าน ระหว่างที่ท่านเข้ารับบริการภายในโรงพยาบาลหรือศูนย์การแพทย์ โรงพยาบาล

  • จะถือว่าท่านยินยอมโดยปริยายให้บุคคลเหล่านั้นทราบข้อมูลความเจ็บป่วยของท่านระหว่างที่ผู้ประกอบวิชาชีพให้คำปรึกษาแก่ท่าน

  •  ในขณะที่แพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่เวชระเบียนของโรงพยาบาล ระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่สื่อสารกับท่าน หรือสื่อสารระหว่างทีมผู้ประกอบวิชาชีพ ในลักษณะที่จะทำให้ผู้ป่วยคนอื่นได้ยินหรือทราบถึงปัญหาสุขภาพของท่าน แต่สภาพโดยธรรมชาติของการให้บริการภายในโรงพยาบาลอาจทำให้มีกรณีทีไม่สามารถป้องกันให้ผู้อื่นล่วงรู้ข้อมูลเกี่ยวกับท่านได้อย่างสิ้นเชิง เช่น ผู้ป่วยคนอื่นที่ยืนต่อคิวอยู่ข้างหลังท่านอาจได้ยินข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของท่านขณะที่ท่านกำลังสื่อสารกับพยาบาลที่ทำหน้าที่คัดกรอง หรือหากแพทย์กำลังเยี่ยมผู้ป่วยอยู่ในห้องผู้ป่วยรวมผู้ป่วยคนอื่นอาจได้ยินเสียงสนทนาระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยของเตียงที่อยู่ข้างกัน เป็นต้น

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่สภาวิชาชีพหรือองค์การควบคุมการประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์ เช่น ราชวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดทำสถิติการให้บริการด้านการแพทย์ภายในประเทศ

  • อาจมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสถาบันการศึกษาอื่นที่ทำข้อตกลงไว้กับโรงพยาบาล เพื่อประโยชน์ในการเรียนการสอน การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่หน่วยงานที่รับผิดชอบในการประกันสุขภาพ เช่น หน่วยงานสังคมสงเคราะห์ สำนักงานประกันสังคม กรมบัญชีกลาง บริษัทประกันภัย เพื่อให้สิทธิประโยชน์ด้านการชำระค่ารักษาพยาบาลแก่ท่าน

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่คู่สัญญา ผู้รับจ้าง ผู้รับเหมา หรือหน่วยงานที่มีสัญญาหรือข้อตกลงด้านการให้บริการกับโรงพยาบาล

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่นักวิจัยต่างสถาบันที่มีข้อตกลงในการทำวิจัยร่วมกัน

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ตรวจสอบภายในและผู้ตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอกเพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงหรือควบคุมคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาล

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่ที่ปรึกษาทางกฎหมายของโรงพยาบาล

  • อาจมีการเปิดเผยข้อมูลแก่หน่วยงานอื่นเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หรือตามที่กฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย

                      ทั้งนี้ การที่โรงพยาบาลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้บุคคลหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องนั้น โรงพยาบาลจะจัดดำเนินการในกรอบของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ขอความยินยอมจากท่านหากจำเป็น หรือจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เช่น ปิดบังตัวตน เข้ารหัส และทำข้อตกลงกับผู้รับข้อมูลเพื่อป้องกันมิให้มีการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ ซึ่งอาจเป็นข้อตกลงการรักษาความลับ ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ข้อตกลงการแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคล แล้วแต่กรณี

การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

                  ในกรณีที่โรงพยาบาลจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ โรงพยาบาลจะดำเนินการเพื่อทำให้มั่นใจว่าข้อมูลของท่านจะมีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศตามบทกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่ประเทศปลายทางหรือหน่วยงานที่รับข้อมูลในประเทศปลายทางส่วนบุคคลมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เพียงพอ หรือไม่สอดคล้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย โรงพยาบาลจะดำเนินการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างจำกัดเฉพาะเท่าที่จำเป็น ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ และอาจจำเป็นต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

การเก็บรักษาและการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

                 โรงพยาบาล จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโรงพยาบาล ตามที่แจ้งไว้ หรือเป็นระยะเวลาเท่าที่กฎหมายกำหนดไว้ หรือตราบเท่าที่ท่านยังคงให้ความยินยอมในการรักษาข้อมูลของท่านอยู่ โดยเมื่อสิ้นความจำเป็นในการเก็บรักษา หรือท่านขอถอนความยินยอม หรือท่านไม่ได้ขอให้โรงพยาบาล เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง ปฏิบัติตาม ใช้ หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย โรงพยาบาลจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้อีกต่อไป

 

ผลกระทบจากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล

           โรงพยาบาลจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้บริการทางการแพทย์แก่ท่านได้ การไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่โรงพยาบาล ทำให้โรงพยาบาล ไม่สามารถให้บริการทางการแพทย์แก่ท่านได้

           บางกรณีโรงพยาบาล อาจจำเป็นต้องขอความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลบางอย่างของท่าน ซึ่งหากท่านไม่ให้ความยินยอม ท่านจะไม่สามารถรับบริการได้ หรืออาจได้รับความสะดวกจากการใช้บริการลดลง เช่น ไม่ได้รับจดหมายข่าวประชาสัมพันธ์ หรือไม่สามารถใช้บริการการแพทย์ระยะไกล ทั้งนี้ การไม่ให้ความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการได้รับการบริการพื้นฐานหลักจากโรงพยาบาล แต่อย่างใด

สิทธิของผู้รับบริการทางการแพทย์ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้สิทธิแก่เจ้าของข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตน ดังนี้

(1) สิทธิขอถอนความยินยอม

(2) สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล

(3) สิทธิขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อสามารถกระทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ

(4) สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

(5) สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

(6) สิทธิขอระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

(7) สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง

(8) สิทธิร้องเรียนเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

                 โดยท่านสามารถติดต่อสอบถามเรื่องสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือแจ้งความจำนงขอใช้สิทธิของท่านได้ ตามช่องทางและหลักเกณฑ์ที่โรงพยาบาล กำหนดไว้

                  ทั้งนี้ โรงพยาบาล อาจปฏิเสธคำขอใช้สิทธิของท่านทั้งหมดหรือบางส่วนได้ ขึ้นกับหลักเกณฑ์ของกฎหมาย เช่น เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าการดำเนินตามคำขอท่านจะส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือคำขอของท่านเป็นคำขอที่ไม่สมเหตุสมผล โดยโรงพยาบาล จะชี้แจงให้ท่านทราบ หากมีข้อจำกัดบางประการในการดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิของท่าน

                   โดยทั่วไป โรงพยาบาล จะดำเนินการตามคำขอของท่าน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่โรงพยาบาล ได้รับคำร้องขอพร้อมกับหลักฐานประกอบที่สมบูรณ์ครบถ้วน หากมีกรณีที่พิจารณาแล้วว่า จำเป็นต้องใช้เวลาดำเนินการมากกว่า 30 วัน โรงพยาบาล จะแจ้งให้ท่านทราบโดยเร็ว

คำถามหรือข้อสงสัย

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

               โรงพยาบาลศุภมิตรเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของท่านซึ่งเป็นผู้ใช้งาน ร้องขอการบริการ การเยี่ยมชมเว็บไซต์ การใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ หรือใช้แอปพลิเคชันหรือช่องทางอื่นใด (รวมเรียกว่า “กิจกรรมการประมวลผล”) เพื่อแจ้งให้ทราบถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผย (รวมเรียกว่า “ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงพยาบาลศุภมิตร(เรียกว่า “โรงพยาบาล”) ดำเนินการในฐานะ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมตลอดถึงการใช้สิทธิตามกฎหมายทั้งช่องทางออนไลน์ และช่องทางอื่น ๆ ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ดังนี้


การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล  

  1. โรงพยาบาลดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานกฎหมาย ดังต่อไปนี้

    • ความจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาให้บริการทางการแพทย์ สัญญาให้บริการรักษาพยาบาล และ/หรือ สัญญาที่เรียกชื่ออย่างอื่นในลักษณะเดียวกัน

    • ความจำเป็นในการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ

    • ความจำเป็นในการดำเนินงานตามภารกิจสาธารณะหรือการใช้อำนาจรัฐที่โรงพยาบาลได้รับภายใต้การปฏิบัติตามกฎหมายสถานพยาบาล

    • ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของโรงพยาบาลหรือบุคคลอื่น โดยประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล เช่น เพื่อการรักษาความปลอดภัยของพื้นที่ภายในโรงพยาบาล 

  2. โรงพยาบาลเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลข้อมูลส่วนบุคคลชนิดพิเศษ ซึ่งเข้าเงื่อนไขที่ไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง เพื่อวัตถุประสงค์ เช่น

    • โรงพยาบาลจำเป็นต้องเก็บข้อมูลผู้ป่วยที่หมดสติจากญาติเพื่อการปฐมพยาบาล

    • โรงพยาบาลจำเป็นต้องเก็บข้อมูลอาการผู้ป่วยโรคติดต่อ เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายโรคติดต่อ ในการดำเนินภารกิจสาธารณะเรื่องการป้องกันอันตรายจากโรคระบาด 


วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล 

  1. เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญากับโรงพยาบาล

  2. เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของโรงพยาบาล หรือของบุคคลอื่น เช่น

    • เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามสัญญาระหว่างท่านกับโรงพยาบาล และโรงพยาบาลประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการให้บริการตามสัญญา รับชำระค่าบริการ รวมถึงการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับท่าน

    • เพื่อการบริหารจัดการภายในของโรงพยาบาล การจัดการ การพัฒนา และการดำเนินการใด ๆ เพื่อให้สามารถดำเนินการสถานพยาบาลได้ ซึ่งรวมถึงการบริหารจัดการและพัฒนากิจกรรมการประมวลผล การวิจัย เช่น การทำแบบสอบถาม การตรวจสอบและป้องกันการฉ้อโกง หรืออาชญากรรมอื่น ๆ และการบำรุงรักษาระบบสารสนเทศ

  3. เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงปลอดภัย เช่น จัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งรวมถึงระบบสารสนเทศ เช่น การเข้าบริเวณพื้นที่ภายในโรงพยาบาล การเข้าสู่ระบบ (Log in) ในบรรดากิจกรรมการประมวลผล

  4. เพื่อการแจ้งข่าวสารและสิทธิประโยชน์ผ่านทางหนังสือ อีเมล เอสเอ็มเอส แอปพลิเคชัน โซเชียลมีเดีย และโทรศัพท์

  5. เพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย 

  6.  เพื่อป้องกันและระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น เช่น การติดต่อในกรณีฉุกเฉิน การควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ 

  7. เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย กฎระเบียบ และคำสั่งของผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมาย 

  8. เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของโรงพยาบาล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้ 

  9. เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามความยินยอมที่ท่านได้ให้ไว้ในแต่ละคราว 

  10.  เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถดำเนินการจัดกิจกรรมนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น โรงพยาบาลอาจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพิ่มเติม ซึ่งโรงพยาบาลจะแจ้งให้ทราบและขอความยินยอมจากท่านใหม่เป็นคราว ๆ ไป 

ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมและใช้ 

  1. ข้อมูลระบุตัวตน เช่น ชื่อสกุล ภาพถ่าย เพศ วันเดือนปีเกิด หนังสือเดินทาง หมายเลขบัตรประชาชน และข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ที่ใช้ในการระบุตัวตน 

  2. ข้อมูลสำหรับการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ Facebook ID Line ID อีเมล และข้อมูลโซเชียลมีเดียอื่น ๆ 

  3. ข้อมูลเกี่ยวกับงาน อาชีพและการติดต่อ เช่น ข้อมูลสถานที่ทำงาน ข้อมูลการจ้าง หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ    

  4. เมื่อท่านเข้ามาในบริเวณพื้นที่ของโรงพยาบาล โรงพยาบาลอาจเก็บภาพของท่านโดยใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ทั้งนี้ โรงพยาบาลไม่ได้เก็บข้อมูลเสียงผ่านทางกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) และโรงพยาบาลจะติดป้ายแจ้งให้ท่านทราบว่ามีการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในบริเวณพื้นที่ของโรงพยาบาล 

  5. ข้อมูลระบุทรัพย์สินส่วนบุคคล เช่น ทะเบียนรถ 

  6. ข้อมูลการชำระเงิน เช่น ข้อมูลการเรียกเก็บเงิน ข้อมูลบัตรเครดิตหรือเดบิต ข้อมูลพร้อมเพย์ และรายละเอียดบัญชีธนาคาร 

  7. ข้อมูลการเข้ารับบริการ เช่น ข้อมูลการนัดหมายแพทย์ ข้อมูลส่วนบุคคลของญาติ ความต้องการเกี่ยวกับห้องพัก อาหาร และบริการเสริมอื่น ๆ

  8. ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาด เช่น ข้อมูลการลงทะเบียนเพื่อร่วมกิจกรรมกับโรงพยาบาลหรือคู่สัญญาของโรงพยาบาล 

  9. ข้อมูลสถิติ เช่น จำนวนผู้ป่วย และการเข้าชมเว็บไซต์ 

  10. ข้อมูลจากการเข้าใช้เว็บไซต์และสารสนเทศอื่น ๆ ของโรงพยาบาล เช่น IP Address, MAC address, Location, Cookies, Appointment System, Data Analytic, log file 

  11. โรงพยาบาลอาจมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลชนิดพิเศษตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เพื่อใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ในนโยบายนี้ เช่น 

    • จำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล 

    •  จำเป็นต้องใช้บัตรประชาชนซึ่งมีข้อมูลศาสนาของท่านเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนของท่าน  

    • จำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลด้านสุขภาพ เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง โรคประจำตัว ตาบอดสี ผลการตรวจร่างกาย ข้อมูลการแพ้อาหาร ข้อมูลการแพ้ยา หมู่โลหิต ใบรับรองแพทย์ ประวัติการรักษาพยาบาล รายงานที่เกี่ยวกับสุขภาพกายและสุขภาพจิต การดูแลสุขภาพของท่าน ผลการทดสอบจากห้องทดลอง ห้องปฏิบัติการและการวินิจฉัย ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาและการแพ้ยาของท่าน ผลการรักษาที่ท่านให้ไว้ ประวัติการจ่ายยา และใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล 

    • โรงพยาบาลจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลชนิดพิเศษของท่านโดยได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น ทั้งนี้ โรงพยาบาลจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอเพื่อปกป้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลชนิดพิเศษของท่าน 

  12. ข้อแนะนำหรือความคิดเห็นของท่าน 

การขอความยินยอมและผลกระทบที่เป็นไปได้จากการถอนความยินยอม

  1. ในกรณีที่โรงพยาบาลประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยความยินยอมของท่าน ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมของท่านที่ให้ไว้ได้ตลอดเวลา เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมาย ซึ่งการถอนความยินยอมนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้ว 

  2. หากท่านถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้กับโรงพยาบาลหรือปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลบางอย่าง อาจส่งผลให้โรงพยาบาลไม่สามารถดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางส่วนหรือทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในนโยบายนี้ได้ 


การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 
           โรงพยาบาลอาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลที่สาม ซึ่งอาจตั้งอยู่ภายในหรือนอกราชอาณาจักร โดยโรงพยาบาลจะดำเนินตามมาตรการที่จำเป็นและเหมาะสม หรือเป็นไปตามข้อบังคับและกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ที่ตามระบุไว้ข้างต้น ให้แก่ 

  • พันธมิตรทางธุรกิจ เช่น ผู้พัฒนาระบบสารสนเทศ บริษัทประกัน พันธมิตรที่เข้าร่วมรายการโปรแกรมสะสมคะแนนและสิทธิประโยชน์ และศูนย์การแพทย์และหรือบริษัทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการให้บริการ 

  • ธนาคาร และผู้ให้บริการชำระเงิน เช่น บริษัทบัตรเครดิต หรือเดบิต 

  • เจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงและความปลอดภัย 

  • หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานศุลกากร 

  • หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานอื่น ๆ ตามที่กฎหมายอนุญาต หรือกำหนดไว้ 


สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 

  1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (right to withdraw consent) : ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับโรงพยาบาลได้ ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับโรงพยาบาล เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือโดยสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน 

  2. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (right of access) : ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและขอให้โรงพยาบาลทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้โรงพยาบาลเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมต่อโรงพยาบาลได้ 

  3. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (right to rectification) : ท่านมีสิทธิในการขอให้โรงพยาบาลแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ 

  4. สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (right to erasure) : ท่านมีสิทธิในการขอให้โรงพยาบาลทำการลบข้อมูลของท่านด้วยเหตุบางประการได้ 

  5. สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (right to restriction of processing) : ท่านมีสิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเหตุบางประการได้ 

  6. สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (right to data portability) : ท่านมีสิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านให้ไว้กับโรงพยาบาลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น หรือตัวท่านเองด้วยเหตุบางประการได้ 

  7. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (right to object) : ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเหตุบางประการได้ 

ท่านสามารถร้องขอการเข้าถึงหรือขอให้อัพเดตและแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงสิทธิอื่นใดข้างต้น หรือสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับ เช่น ขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือขอให้ระงับการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน กรณีเห็นว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกนำไปใช้เกินขอบเขตวัตถุประสงค์การใช้งานที่แจ้งให้ทราบข้างต้น หรือไม่ได้รับความยินยอมจากท่าน

 
การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ 

  1. เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดให้โรงพยาบาลจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ 

  2. โรงพยาบาลได้แจ้งให้ท่านทราบและได้รับความยินยอมจากท่านในกรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ ทั้งนี้เป็นไปตามรายชื่อประเทศที่คณะกรรมการคุ้มครองส่วนบุคคลประกาศกำหนด 

  3. เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือของบุคคลอื่น เมื่อท่านไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ หรือ เพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ยอมในขณะนั้นได้ หรือ เพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ


การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ 

  1. โรงพยาบาลอาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลอื่นในต่างประเทศในกรณีที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา หรือเป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างโรงพยาบาลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่านหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา หรือเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ

  2. โรงพยาบาลอาจเก็บข้อมูลของท่านบนคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์หรือคลาวด์ที่ให้บริการโดยบุคคลอื่น และอาจใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันของบุคคลอื่นในรูปแบบของการให้บริการซอฟท์แวร์สำเร็จรูปและรูปแบบของการให้บริการแพลตฟอร์มสำเร็จรูปในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน แต่โรงพยาบาลจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ และจะกำหนดให้บุคคลอื่นเหล่านั้นต้องมีมาตรการคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม 

  3.  ในกรณีที่มีการส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ โรงพยาบาลจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองและท่านสามารถใช้สิทธิที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตามกฎหมาย รวมถึงโรงพยาบาลจะกำหนดให้ผู้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ


ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล 

  1.  โรงพยาบาลจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามประเภทข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท เว้นแต่กฎหมายจะอนุญาตให้มีระยะเวลาการเก็บรักษาที่นานขึ้น ในกรณีที่ไม่สามารถระบุระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ชัดเจน โรงพยาบาลจะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม (เช่น อายุความตามกฎหมายทั่วไปสูงสุด 10 ปี) 

  2. โรงพยาบาลเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตลอดระยะเวลาที่เป็นผู้รับบริการของโรงพยาบาล เพื่อปฏิบัติตามสัญญาและตามระยะเวลาที่จำเป็นหลังจากสิ้นสุดการเป็นผู้รับบริการของโรงพยาบาลแล้ว 

  3. โรงพยาบาลเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ติดต่อฉุกเฉินของท่านไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นต่อการประมวลผลเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในนโยบายนี้  

  4. กรณีที่โรงพยาบาลใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยขอความยินยอมจากท่าน โรงพยาบาลจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจนกว่าท่านจะแจ้งขอยกเลิกความยินยอมและโรงพยาบาลดำเนินการตามคำขอของท่านเสร็จสิ้นแล้ว อย่างไรก็ดีโรงพยาบาลจะยังเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นสำหรับบันทึกเป็นประวัติว่าท่านเคยยกเลิกความยินยอม เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถตอบสนองต่อคำขอของท่านในอนาคตได้ 

  5. โรงพยาบาลจัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาหรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนได้เพื่อการใช้ประโยชน์ด้านอื่น เช่น การวิเคราะห์ทางสถิติ การปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการ หรือประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ 


การรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล 
         โรงพยาบาลมีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเหมาะสม ทั้งในเชิงเทคนิคและการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Policy) ของโรงพยาบาล พร้อมแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยธำรงไว้ซึ่งความเป็นความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล โดยโรงพยาบาลได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายนี้ในระยะเวลาตามที่เหมาะสม


การเปลี่ยนแปลงแก้ไขนโยบาย
         ในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ โรงพยาบาลอาจพิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามที่เห็นสมควร และจะทำการแจ้งให้ท่านทราบด้วยการนำข้อมูลลงในเว็บไซต์ของโรงพยาบาล www.supamitrhospital.com โดยมีวันที่ของนโยบายฉบับล่าสุดกำกับอยู่ตอนท้าย อย่างไรก็ดี โรงพยาบาลขอแนะนำให้ท่านโปรดตรวจสอบเพื่อรับทราบนโยบายฉบับใหม่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนที่ท่านจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่โรงพยาบาล 
         โดยในการเข้าใช้งานผลิตภัณฑ์หรือบริการภายใต้กิจกรรมการประมวลผลนี้ของท่าน ถือเป็นการรับทราบตามข้อตกลงในนโยบายนี้ ทั้งนี้ โปรดหยุดการใช้งานหากท่านไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงในนโยบายฉบับนี้ หากท่านยังคงใช้งานต่อไปภายหลังจากที่นโยบายนี้มีการแก้ไขและนำขึ้นประกาศในช่องทางข้างต้นแล้ว จะถือว่าท่านได้รับทราบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว 

 

นโยบาย Cookie

ในระหว่างการท่องเว็บไซต์ https://www.supamitrhospital.com/ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการท่องเว็ปไซต์ของท่านจะถูกเก็บเอาไว้ในรูปแบบของคุกกี้ นโยบายคุกกี้นี้จะอธิบายความหมายของคุกกี้ ทำงานอย่างไร เพื่ออะไร และรวมถึงวิธีการลบคุกกี้เพื่อความเป็นส่วนตัวของท่าน โดยการท่องเว็บไซต์ https://www.supamitrhospital.com/ นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ที่มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

Cookies คืออะไร

Cookies เป็นไฟล์เล็ก ๆ เพื่อจัดเก็บข้อมูลโดยจะบันทึกลงไปในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องมือสื่อสารที่เข้าใช้งานของท่าน ผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ ที่ท่านเลือกใช้ในขณะที่ท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา

 

การใช้ประโยชน์ของ Cookies

เราใช้ Cookies เพื่อเก็บเอกลักษณ์การเข้าเยี่ยมเว็บไซต์ของท่าน โดยเอกลักษณ์นี้จะทำให้เราสามารถจำลักษณะการใช้งานเว็บไซต์ของท่านได้ง่ายขึ้น และข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปเพื่อปรับเว็บไซต์ของเราให้เข้ากับความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ในบางจุดเราจำเป็นต้องให้บุคคลที่สามในการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งอาจจะต้องใช้ อินเตอร์เน็ตโปรโตคอลแอดเดรส (IP Address) และ Cookies เพื่อวิเคราะห์ ตลอดจนเชื่อมโยงข้อมูล และประมวลผลตามวัตถุประสงค์ทางการตลาด

 

ความหลากหลายและการทำงานของ Cookies

เราใช้คุกกี้ 4 ประเภทในเว็บไซต์ของเรา ซึ่งการใช้คุกกี้ดังกล่าวไม่สามารถบอกความเป็นตัวตนของท่านได้

  1. คุกกี้ประเภทจำเป็นถาวร หรือ คุกกี้สำคัญ  คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้งานในเว็บไซต์ของเราได้ทุกส่วน Cookies ประเภทนี้จะถูกจัดเก็บและลบออกหลังจากการท่องเว็บไซต์ของท่าน

  2. คุกกี้ประเภทการวิเคราะห์ และวัดผลการทำงาน คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เราสามารถวัดผลการทำงาน โดยประมวลจำนวนหน้าที่ท่านเข้าเยี่ยมชม ตลอดจนจำนวนลักษณะเฉพาะของกลุ่มผู้เยี่ยมชมนั้น ๆ โดยข้อมูลดังกล่าวจะนำมาใช้ในการวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้เยี่ยมชม และเราจะนำผลลัพธ์ดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตอบสนองความต้องการ และการใช้งานของผู้เยี่ยมชมยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลนั้นไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของท่านได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น

  3. คุกกี้ประเภทการทำงาน หรือ คุกกี้ตัวเลือกการใช้งาน คุกกี้ประเภทนี้ใช้จดจำคุณลักษณะต่าง ๆ ที่ท่านได้เลือกในขณะใช้งานในเว็บไซต์ ข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้เหล่านี้จะถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งในคราวที่ท่านกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา สิ่งที่ท่านเคยได้เลือกใช้นั้นจะนำมาแสดงผลโดยที่ท่านไม่จำเป็นต้องทำการเลือกใหม่อีกครั้งเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานของท่าน อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้ละใช้ประมวลผลนั้นไม่มีการระบุชื่อ หรือ บ่งบอกความเป็นตัวตนของท่านได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น

  4. คุกกี้เพื่อการโฆษณา หรือคุกกี้การตลาด คุกกี้ประเภทนี้จะจดจำการเข้าหน้าเว็บไซต์ จุดเยี่ยมชมและสนใจของท่าน ข้อมูลที่ได้นี้จะนำไปประกอบการปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ และนโยบายทางการตลาดที่เหมาะสมกับความต้องการของท่าน

 

การตั้งค่าคุกกี้

ท่านสามารถบล็อกการทำงานของคุกกี้ได้โดยการกำหนดค่าในเบราว์เซอร์ของท่าน ซึ่งท่านอาจปฏิเสธการติดตั้งค่าคุกกี้ทั้งหมดหรือบางประเภทก็ได้ แต่พึงตระหนักว่าหากท่านตั้งค่าเบราว์เซอร์ของท่านด้วยการบล็อกคุกกี้ทั้งหมด (รวมถึงคุกกี้ที่จำเป็นต่อการใช้งาน) ท่านอาจจะไม่สามารถเข้าสู่เว็บไซต์ทั้งหมดหรือบางส่วนของเราได้ เมื่อใดก็ตามที่ท่านต้องการยกเลิกความยินยอมการใช้งานคุกกี้ ท่านจะต้องตั้งค่าเบราว์เซอร์ของท่านเพื่อให้ลบคุกกี้ออกจากแต่ละเบราว์เซอร์ที่ท่านใช้งาน หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการดังกล่าว โปรดเลือกหัวข้อ “ความช่วยเหลือ” ในอินเทอร์เน็ตเบราว์เซอร์ของท่านเพื่อศึกษาในรายละเอียดมากขึ้น

 

คุณจะลบคุกกี้ได้อย่างไร

ท่านสามารถลบคุกกี้ได้โดยศึกษาวิธีการต่าง ๆ ที่ระบุตามแต่ละเว็บเบราว์เซอร์ที่ท่านเลือกใช้ตามลิงก์ดังนี้

Chrome

https://support.google.com/chrome/answer/95647?hl=en

Firefox

https://support.mozilla.org/en-US/kb/cookies-information-websites-store-on-your-computer

Internet Explorer

https://support.microsoft.com/en-us/windows/delete-and-manage-cookies-168dab11-0753-043d-7c16-ede5947fc64d#ie=ie-11

Safari

https://support.apple.com/kb/PH21411?locale=en_US&viewlocale=en_US

Safari for IOS

https://support.apple.com/en-us/HT201265

Chrome for android/IOS

https://support.google.com/chrome/answer/95647?co=GENIE.Platform%3DAndroid&hl=en&oco=0

 

 

การเปลี่ยนแปลงของนโยบายของเรา

นโยบาย Cookies นี้จะมีการปรับปรุงแก้ไขตามโอกาสเพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบ เราขอแนะนำให้ท่านตรวจเช็คเพื่อให้แน่ใจว่าท่านได้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดดังกล่าว

 

ภาษาของข้อตกลงและเงื่อนไข

ข้อตกลงและเงื่อนไขฉบับนี้เขียนขึ้นในภาษาไทยและอังกฤษ เอกสารภาษาไทยจะมีอำนาจบังคับใช้ ในกรณีที่มีความขัดแย้งกันในเนื้อหาของภาษาไทยและอังกฤษ


 
การติดต่อสอบถาม
         หากท่านมีคำถาม ข้อเสนอแนะ และข้อร้องเรียนเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โปรดติดต่อได้ที่

                          หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับคำประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้รับบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาล โปรดติดต่อ  อีเมล dpo@supamitrhospital.com 

                            นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565